กัณฑ์เทศน์

ภิกษุทั้งหลายอีกบางพวก จักพากันนั่งในที่ต่างๆ มีท้องถนน สี่แยก และประตูวังเป็นต้น แล้วแสดงธรรมแลกรูปิยะ มีเหรียญกษาปณ์ครึ่งกษาปณ์ เหรียญบาท เหรียญมาสก เป็นต้น โดยประการฉะนี้ก็เป็นเอาธรรมที่ตถาคตแสดงไว้ มีมูลค่าควรแก่พระนิพพานไปแสดงแลกปัจจัย ๔ และรูปิยะมีเหรียญกษาปณ์และเหรียญครึ่งกษาปณ์เป็นต้น จักเป็นเหมือนฝูงคนเอาแก่นจันทน์มีราคาตั้งแสน ไปขายแลกเปรียงเน่าฉะนั้น

กัณฑ์เทศน์

     กัณฑ์หมายถึง เรื่องหรือหมวดหมู่ เช่น จิตตุปาทกัณฑ์ หมายถึง เรื่องหรือหมวดหมู่ที่กล่าวถึงความเกิดขึ้นเป็นไปของจิต ส่วนคำว่า เทศน์ หมายถึง การแสดง การอธิบายเพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูก ดังนั้น กัณฑ์เทศน์ จึงหมายถึงการแสดงธรรมในเรื่องหรือหมวดต่างๆ เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกในธรรมตามความเป็นจริงตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง หรือจะมุ่งหมายถึงเรื่องหรือหมวดของธรรมที่ได้แสดงเพื่อประโยชน์แก่ผู้ฟังผู้ศึกษา 
     แต่คำว่า กัณฑ์เทศน์ นี้ ในสังคมไทย จะมุ่งหมายถึงเครื่องไทยธรรมรวมถึงเงิน ที่ถวาย หรือมอบให้แก่ผู้แสดงธรรม แต่ที่สำคัญ จะถวายเงินแก่พระภิกษุ ไม่ได้ เนื่องจากว่าเงินทองไม่ควรแก่เพศบรรพชิตโดยประการทั้งปวง เพราะว่าพระภิกษุก่อนบวช ท่านสละทรัพย์สินเงินทองแล้ว จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำสิ่งที่ท่านสละแล้วไปถวายให้แก่ท่าน แต่สามารถถวายสิ่งที่เหมาะควรแก่เพศบรรพชิตได้ เช่น อาหาร  ยารักษาโรค เป็นต้น
     ชาวพุทธที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรม ย่อมอยากได้สิ่งที่ดีในชีวิต ถวายเงินพระ เป็นกัณฑ์เทศน์ เพื่อหวังบุญ หวังอานิสงส์ต่างๆ แต่เป็นการทำลายพระภิกษุผู้รับเงิน เพราะต้องอาบัติมีโทษ พระพุทธองค์ทรงติเตียน ไม่ให้พระภิกษุรับและยินดีในเงินทองโดยประการใดๆ ตัวพระเองก็ต้องอาบัติเป็นเหตุให้ท่านตกนรก เพราะอาบัตินั้นไม่ตกไปเพราะไม่สละเงินทองนั้น ยินดีในเงินทองนั้น
      พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ว่าต่อไปจะมีภิกษุชั่วเห็นแก่ลาภสักการะ จะแสดงธรรมที่เป็นของประเสริฐแต่แลกมาเพื่อได้เงินทอง 
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เอกนิบาตชาดก เล่ม ๓ ภาค ๒ – หน้าที่ 230 เรื่องพระสุบินนิมิตรของพระเจ้าโกศลมหาราช
…ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นคนทั้งหลายเอาแก่นจันทน์  มีราคาตั้งแสนกษาปณ์ ขายแลกกับเปรียงเน่านี้เป็นสุบินข้อที่ ๑๑ ของหม่อมฉัน อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้เล่าพระเจ้าข้า
มหาบพิตรแม้ผลแห่งสุบินนี้ ก็จักมีในอนาคต ในเมื่อศาสนาของตถาคตเสื่อมโทรมนั่นแล ด้วยว่าในกาลภายหน้า พวกภิกษุอลัชชีเห็นแก่ปัจจัย จักมีมาก พวกเหล่านั้น จักพากันแสดงธรรมเทศนาที่ตถาคต กล่าวติเตียนความละโมภในปัจจัยไว้แก่ชนเหล่าอื่น เพราะเหตุแห่งปัจจัย ๔  มีจีวรเป็นต้น จักไม่สามารถแสดงให้พ้นจากปัจจัยทั้งหลาย แล้วตั้งอยู่ในฝ่ายธรรมนำสัตว์ให้พ้นจากทุกข์ มุ่งตรงสู่พระนิพพาน ชนทั้งหลายก็จะฟังความสมบูรณ์แห่งบทพยัญชนะ และสำเนียงอันไพเราะอย่างเดียว  เท่านั้น แล้วจักถวายเอง และยังชนเหล่าอื่นให้ถวาย ซึ่งปัจจัยทั้งหลายมีจีวรเป็นต้น อันมีค่ามาก ภิกษุทั้งหลายอีกบางพวก จักพากันนั่งในที่ต่างๆ มีท้องถนน สี่แยก และประตูวังเป็นต้น แล้วแสดงธรรมแลกรูปิยะ มีเหรียญกษาปณ์ครึ่งกษาปณ์ เหรียญบาท เหรียญมาสก เป็นต้น โดยประการฉะนี้ก็เป็นเอาธรรมที่ตถาคตแสดงไว้ มีมูลค่าควรแก่พระนิพพานไปแสดงแลกปัจจัย ๔ และรูปิยะมีเหรียญกษาปณ์และเหรียญครึ่งกษาปณ์เป็นต้น จักเป็นเหมือนฝูงคนเอาแก่นจันทน์มีราคาตั้งแสน ไปขายแลกเปรียงเน่าฉะนั้น
      ภิกษุเป็นเพศที่ขัดเกลา ไม่ใช่เพศที่สะสม เรี่ยไรเงินทอง แต่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในแต่ละส่วนเพื่อให้พุทธบริษัทเกิดปัญญา เข้าใจพระธรรม ไม่ใช่ แสดงธรรมเพื่อหลอกชาวบ้านว่าจะได้สิ่งที่ดีในชีวิต ไปเกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย เป็นต้น ซึ่งเป็นการกล่าวคำเท็จ คำลวง และ มอมเมาชาวบ้านที่ไม่ได้ศึกษาพระธรรม จึงเป็นวิกฤตพระพุทธศาสนา
      ชาวพุทธไม่ควรหลงงมงายกับประเพณีผิดๆ ผิดจากหลักคำสอน ไปถวายเงินพระ เป็นบาป ไม่ใช่บุญ ทำลายคำสอน ทำลายพระวินัย ทำลายพระศาสนา เป็นบาป เมื่อเป็นบาปจะได้รับสิ่งที่ดีได้อย่างไร.

Related posts

รู้ดีกว่าไม่รู้

วิริยบารมี

ธรรมะลึกซึ้งไม่ง่าย